ลุงพล หน้าซีดแล้ว ล่าสุดคนในหมู่บ้านแฉ มีพยาน หลักฐานครบ

เรียกว่าเป็นคดีที่มีชาวเน็ตพูดถึงเยอะมากๆ สำหรับคดีน้องชมพู่ ซึ่งก่อนหน้านี้เหมือนจะมีการสรุปว่าหลักฐานไม่พอ อาจจะทำให้ตำรวจยุติไว้ก่อน ล่าสุด ลุงพล หน้าซีดแล้ว ล่าสุดคนในหมู่บ้านแฉ มีพยาน หลักฐานครบ

รายงานที่บ้านของน้องชมพู่ ได้มีการต่อเติมห้องครัวเพิ่ม โดยมีการก่ออิฐผนังหลังบ้านขึ้นมาเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้พ่อแม่ของน้องชมพู่ได้อยู่บ้านตลอดทั้งวัน โดยระหว่างวันไม่ได้มีคนมาเยี่ยมมากนัก ส่วนกรณีที่ลุงพลไปออกโทรทัศน์กับป้าแต๋น ทางครอบครัวก็ไม่ได้เปิดโทรทัศน์ดู

ทีมข่าวได้สอบถามนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ กรณีที่พูดหน้ากระดูกของน้องชมพู่เมื่อวานนี้ โดยแม่ของน้องชมพู่ ให้ข้อมูลว่า คำพูดนั้นไม่ได้มีนัยอะไร เพียงแต่นำของกินไปให้ลูก และพูดกับลูกด้วยความเอ็นดูก็แค่นั้น ส่วนเรื่องพ่อแบมนั้นตนมองว่าเป็นเรื่องของเขา 2 คน ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่อยากแสดงความคิดเห็น ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ตำรวจที่เก็บข้อมูลเป็นผู้พิจารณาว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะทุกคนก็ถูกจับแยกสอบปากคำทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีความกังวลเรื่องการจับคนร้ายให้ได้ไว ๆ เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กรณีพ่อแบมยืนยันเรื่องเวลาว่า เจอลุงพลที่สวนยางใกล้บ้านในเวลา 9 โมงกว่า ในวันที่น้องชมพู่หายตัวไป ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับ นายประวิทย์ วะไลใจ ชาวบ้านกกกอก เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องที่พ่อแบมบอกว่าเจอลุงพลที่สวนยางในเวลา 9 โมง ส่วนลุงพลแย้งว่าเจอกันตอน 7 โมง ตนมองมีความเป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง ซึ่งตนให้น้ำหนักครึ่ง ๆ เพราะพ่อแบมอาจจะได้เจอกับลุงพลจริง ๆ ตามที่เขาพูด แต่ตนก็ไม่มั่นใจเรื่องเวลาว่าจะตรงหรือไม่ เพราะก็มีความเป็นไปได้ที่พ่อแบมจะจำเวลาคลาดเคลื่อน แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับพ่อแบม ซึ่งตนก็มีความสนิทกับลุงพลและพ่อแบมเท่ากันทั้ง 2 คน แต่ตนก็เชื่อว่าพ่อแบมนั้นเห็นลุงพลจริง ๆ เพราะลุงพลก็ยอมรับว่าอยู่สวนยางจริง ๆ เพียงแต่เรื่องเวลาไม่ตรงกัน ส่วนเรื่องเวลาตนรับประกันไม่ได้

นายประวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีนี้ตนคิดว่าจะมีความชัดเจนมากกว่าเดิมต่อเมื่อ พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ขึ้นรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยในทางคดีจะออกได้ทั้ง 3 ทาง คือ ออกหมายจับ, ชะลอคดี และสรุปว่าเด็กไปเอง

อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทั้งหมดอยู่ที่ตำรวจ เขาอาจจะมีข้อมูลเยอะ แต่คิดว่าคำพูดของพ่อแบมไม่ได้มีผลต่อคดีทั้งหมด เพราะต้องมีหลักฐานอย่างอื่นประกอบด้วย ซึ่งตนเชื่อว่าตำรวจต้องมีหลักฐานมากพอสมควร ตนยกตัวอย่างเรื่องลุงสงบ คนเร่ร่อนที่ทางอมรินทร์ไปเจอ ซึ่งตำรวจไม่เคยตามเรื่องลุงสงบเลย จึงมีความเป็นไปได้ว่า ตำรวจมีหลักฐานอื่น ๆ มากกว่าที่เรารู้ จึงไม่สนใจลุงสงบ

เมื่อสรุปความน่าเชื่อถือจากคำให้การของพ่อแบม สำหรับนางสาวิตรี บอกว่า ไม่ขอออกความคิดเห็น ตำรวจเป็นผู้พิจารณาเอง ด้านลุงพล บอกว่า ไม่เป็นความจริง


เรียกว่าเป็นประเด็นที่มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมากเลยค่า